Title : Cinderella : After “Ever After” ?
[ภาษาไทย : ซินเดอเรลล่า : ชีวิตหลัง “ชั่วนิรันดร์” ? ]
Fandam : Katekyo HITMAN Reborn! Warning : ชื่อเรื่องชวนงงมาก
บทที่ 1
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.... มีบุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งมีคนหนึ่ง นามว่า เอลล่า มารดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก ทำให้บิดาของเอลล่าแต่งงานใหม่กับแม่หม้ายผู้มีลูกสาวติดสองคนเพราะไม่อยากให้เอลล่าขาดแม่ ไม่นานหลังจากนั้น บิดาของเอลล่าก็เสียชีวิต แม่เลี้ยงและลูกสาวสองคนของนางก็เผยธาตุแท้ นางกับลูกสาวใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย ที่ร้ายกว่านั้น ทั้งสามยังเปลี่ยนชื่อของเอลล่า เป็น ซินเดอเรลล่า ที่แปลว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน เพราะพวกนางใช้งานเอลล่าจนเสื้อผ้าขาดปุปะมอมแมมไปทั้งตัวนั่นเอง ซินเดอเรลล่ายอมทนลำบากทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง มีจดหมายเรียนเชิญหญิงสาวทั่วอาณาจักรให้มาที่พระราชวังเพื่อร่วมงานเต้นรำ แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ พระราชา ต้องการหาคู่ครองให้กับเจ้าชายซึ่งเป็นพระโอรสองค์เดียว จึงใช้งานเต้นรำบังหน้า เมื่อรู้ข่าว ลูกสาวทั้งสองต่างพากันดีใจที่บางทีตนอาจมีโอกาสได้เต้นรำและได้แต่งงานกับเจ้าชายก็เป็นไปได้ เช่นกันกับซินเดอเรลล่า เพราะเธอใฝ่ฝันมาตลอดเวลาว่าจะได้เต้นรำบนฟลอร์ที่งดงามและเป็นอิสระจากงานบ้านอันล้นมือเหล่านี้ แต่แน่นอน เมื่อเด็กสาวขอไป แม่เลี้ยงใจร้ายจึงกลั่นแกล้งต่างๆ นานาจนซินเดอเรลล่าไม่มีชุดใส่ไปงานเต้นรำ ซินเดอเรลล่าเสียใจมาก จึงหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทันใดนั้นนางฟ้าแม่ทูนหัวของซินเดอเรลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นและบันดาลชุดที่สวยงามที่สุดให้ซินเดอเรลลา พร้อมกับบอกให้เด็กสาวไปงานเต้นรำ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นเวทมนตร์จะเสื่อม ซินเดอเรลล่าได้ทำตามความฝัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ คู่เต้นรำที่เธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นคือเจ้าชายนั่นเอง ทั้งสองตกหลุมรักกันทั้งที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็รีบหนีไปโดยเผลอทำรองเท้าหลุดขณะวิ่งลงบันได เจ้าชายเก็บรองเท้าไว้ได้จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้น เสนาบดีได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่างๆเพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยง เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก พร้อมเขวี้ยงรองเท้าแก้วลงบนพื้นจนแตกละเอียด ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายพบ แต่สุดท้าย ซินเดอเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมาและสวมให้กับเหล่าเสนาได้ดู.....” “....ทำให้ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์” ข้าได้ยินเสียงตัวเองต่อบทให้ด้วยความเอือมระอา
ขอโทษเถอะ ข้าได้ยินไอ้นิทานโกหกตอแหลนี่มาเป็นล้านๆ ครั้งแล้ว
พวกเจ้าลองมาเป็นข้าไหมละ! มาผจญกับนางปีศาจเอลล่าตอหลดตอแหล ข้าละขอบคุณสวรรค์ที่ยังมีตาให้นางฟ้าแม่ทูนหัวของมันสติสตางค์ไม่สมประกอบ....
อ้าว! นี่ข้ายังไม่ได้บอกอีกรึว่าข้าเป็นใคร โธ่เอ้ย พวกเจ้าก็นั่งเงียบอยู่ตั้งนาน
ข้าเป็นน้องสาวของนางซินเดอเรลล่านั่นอย่างไร ข้าหมายถึงน้องสาวทางนิตินัยน่ะ นั่นคือข้อหนึ่งที่ข้าภูมิใจจนทุกวันนี้ที่ไม่ต้องเกิดมาเป็นพี่น้องท้องเดียวกับมัน ถูกแล้ว...ข้าเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงที่พวกเจ้าเข้าใจว่า ‘ใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย’ นั่นละ
โอ้ย... ข้าฟังแล้วอยากจะหัวเราะ ไอ้พวกเด็กปัญญาอ่อนที่ฟังนิทานนอกกำแพงบ้านข้ามันยังเชื่อสนิทใจ ข้าอยากจะให้มันเห็นสภาพข้าตอนนี้จริงๆ ดูซิ ว่ามันจะยังเชื่อเรื่องงี่เง่านั่นได้อีกไหม
อ้อ! เจ้าอยากรู้? ดูเสียให้เต็มตา....
ข้ากำลังนั่งซักผ้าในกะละมัง
ทีนี้ถามตัวเอง ใครกันแน่ที่ ‘ถูกใช้งานราวกับเป็นสาวใช้’
แล้วยิ่งข้าต้องมานั่งซักผ้าข้างกำแพง ที่จะต้องมาทนนั่งฟังเรื่องบ้าบอนี่ทุกวัน เพราะไอ้คนนอกกำแพงนั่นมันเป็นนักเล่านิทาน! คนเล่านิทานที่ข้าไม่เคยเห็นมันเล่าเรื่องอะไรนอกจากเรื่องที่นางเอลล่ามันปั้นขึ้นมา
อยากรู้เรื่องจริงหรือ?
แป๊บนึงนะ... ข้าขอเทน้ำออกจากกะละมังก่อน
“ท่านนักเล่านิทานฮะ ท่านนักเล่านิทาน” เสียงไอ้เด็กที่นั่งฟังนิทานมันลอยตามลมมาเข้าหูข้า
“มีอะไรหรือ พ่อหนูน้อย” นั่นละ เสียงของนักเล่านิทานละ
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแม่เลี้ยงกับลูกของมันฮะ” มัน? ไอ้เด็กนี่มันเรียกแม่ข้าว่ามัน!
ข้าได้ยินเสียงคนเล่านิทานหัวเราะดังๆ และมันก็ตอบทีเล่นทีจริง
“ตอนนี้ก็คงอดตายเป็นผีตายโหงแล้วละมั้ง...”
โป้ก!!!
“เฮ้ย! กะละมังใครวะ!”
อุ้ย... ข้าเผลอทำกะละมังหลุดมือละ (ยังไม่ได้ล้างสบู่เลย)
เอาละ ข้าจะเล่าละนะ
ที่จริงเรื่องที่นางเอลล่ามันกุขึ้นมาก็ไม่ได้ผิดอะไรเท่าไหร่หรอก จริงที่แม่ข้าแต่งงานกับพ่อมัน แต่เจ้าเห็นไหม...
ทำให้บิดาของเอลล่าแต่งงานใหม่
เห็นอยู่โต้งๆ ว่าพ่อมันหลอกแม่ข้าแต่งงาน!!!
หลังจากแต่งงานไม่นาน พ่อมันก็ตาย ช่วยไม่ได้.... ขี่ม้าไม่เป็น ยังเจือกขี่โชว์ให้แม่ข้าดู สมควรแล้วที่มันตกม้าตาย (วะฮ่าๆๆๆ)
แม่เลี้ยงและลูกสาวสองคนของนางก็เผยธาตุแท้.... และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย
ข้าค้านสุดชีวิต... มันน่ะเรอะจะมีทรัพย์สินอะไร ขนาดบ้าน (ของอย่างเดียวที่เป็นของมัน) ข้ายังต้องจ้างช่างมาซ่อมอยู่ทุกอาทิตย์!!! นั่นก็ไปแย้งกับนิทานของมันอีกข้อหนึ่ง คือความจริงแล้วมันไม่ได้รวย แม่ข้าต่างหากที่รวย ไม่งั้นมันจะมาหลอกแม่ข้าแต่งงานเรอะ
แล้วที่สำคัญแม่ข้าตรอมใจตายหลังจากพ่อมันคอหักสองวัน (จะให้เป็นผีมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้ไง เงินนะเฟ้ย... ไม่ใช่กงเต็ก)
เอลล่าไล่คนใช้ออกจากบ้านทันทีที่แม่ข้าสิ้นลมด้วยอ้างว่าไม่มีเงินพอที่จะจ้างใคร ในตอนนั้นข้ากับพี่มัวแต่เศร้าโศกไม่อาจตามเล่ห์กลอะไรของมันได้ทัน
แล้วมันก็บังคับพี่ข้าที่แสนจะอ่อนโยนและปฏิเสธใครไม่เป็นให้ทำงานบ้านราวกับเป็นสาวใช้ ส่วนตัวข้าที่สงสารพี่มากก็ต้องพลอยรับกรรมไปด้วย (ตรงนี้ข้าขอชมว่ามันฉลาด... มันเลือกไม่สั่งข้าที่ไม่ทำแน่ แต่ไปสั่งพี่ข้าแทน) ทีนี้รู้รึยังว่าใครกันแน่ที่เผยธาตุแท้
อยากรู้ใช่ไหมว่ามันทำยังไงถึงปั้นเรื่องให้คนทั้งเมืองเชื่อได้
ตอนแรกข้าก็ไม่รู้เท่าหรอก ข้ารู้เพียงแต่ว่ามันบอกให้ข้าเรียกมันว่า ซินเดอเรลล่า หลังจากนั้นมันก็ขโมยชุดปะชุนจนพรุนของพี่ข้าไป (ดูความเลวของมันสิ ขนาดชุดสาวใช้ยังต้องขโมย) แล้วมันก็จะหายตัวไปทุกเช้ากลับมาพร้อมกับผลไม้ใกล้เน่าตอนตะวันสายโด่ง (ข้าขอบอกอีกเรื่อง... เวลานั้นปกติข้าทำความสะอาดบ้านเสร็จทั้งหลังแล้ว)
จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ข้าออกจากบ้านไปซื้อข้าวของที่ตลาดในเมืองในชุดที่ดีที่สุดของตน แล้วกลับมาในสภาพยับเยินเหมือนไปฟัดกับหมามา (ข้าขอโทษนะท่านพี่) ข้าจึงซักถามนาง แล้วก็ได้รู้...
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดพากันต่อว่าด่าทอพี่ข้าทันทีที่นางไปถึง ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ข้าก็ไม่กล้าจะเอ่ยออกมา พอเห็นพี่ข้าร้องไห้ด้วยท่าทีใสซื่อ พวกมันก็ขว้างปาสิ่งของใส่ นางยังมองโลกในแง่ดีอีกว่าโชคดี... ได้ของที่ต้องการครบโดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักแดง
ฟังเรื่องทั้งหมดข้าก็ปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที ต้องขอบคุณความฉลาดที่สวรรค์ส่งมาให้ข้า
....เอลล่าพี่สาวสุดที่รักของข้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน สร้างเรื่องแสนเศร้าที่มีตัวมันเองเป็นนางเอกได้โดยไม่ต้องพูดสักคำ
แล้วข้าก็อยากจะถล่มสวรรค์ที่มอบความฉลาดให้นางปีศาจเอลล่าด้วย (แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้มอบพรสวรรค์ในการเลือกผลไม้ให้มันสักเล็กน้อย มันจะได้ซื้อผลไม้ที่พอกินได้กลับมาสักครั้ง)
ในที่สุดข้าก็มองเห็นทางรอดของเราพี่น้อง เมื่อพระราชวังส่งเทียบเชิญมาที่บ้านของเรา ก็อยากที่เจ้าเข้าใจนั่นละ เป็นเทียบเชิญไปงานเต้นรำที่ชาวบ้านร่ำลือว่าเป็นงานเลือกพระคู่หมั้นของเจ้าชาย เปล่า...ไม่ใช่ตัวข้าที่อยากจะเป็นพระคู่หมั้น แต่ข้าอยากจะให้พี่สาวข้าเป็นต่างหาก
แน่นอนว่านางซินก็มีเป้าหมายเดียวกับข้า กลับกันแค่เปลี่ยนจากพี่สาวข้าเป็นตัวมันเอง
แต่คนอย่างข้ามีหรือจะยอม....
เมื่อมันเอาชุดแสนสวยของมันมาอวดข้ากับพี่สาวให้อิจฉาเล่น ข้าก็แอบใส่แองเจลลีน่า (หนู) เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของมัน แล้วก็โปรยเศษอาหารลงไปบนชุดราตรียาวบานฟูฟ่องของมัน หลังจากนั้นข้าก็กลับไปช่วยพี่เย็บชุดราตรีที่ข้ามั่นใจว่ามันงามกว่าชุดของซินเดอเรลล่าแน่ๆ เมื่อถึงวันงาน (คึหึหึ)
แล้วก็จริง... เมื่อมันเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาในตอนเช้าของวันงาน ก็พบกองทัพหนู... เจ้าฟังไม่ผิดหรอก กองทัพเพื่อนของแองเจลลีน่ากำลังแทะชุดแสนสวยของมันจนขาดแหว่งหาสภาพเดิมไม่ได้
โชคดีที่ข้าซ่อนตัวพี่แล้วก็ชุดของพี่เอาไว้ มันเลยมาต่อว่าอะไรกับพี่ข้าไม่ได้ แต่กับข้าน่ะเรอะ....เผ่นป่าราบไปตั้งนานแล้ว
ข้าวาดภาพออกเลยว่ามันจะต้องวิ่งพล่านหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะหาเรื่องใครไม่ได้ ซ้ำยังหาชุดไม่ทันงานเต้นรำอีกด้วย
ข้าพบเอลล่าอีกครั้ง แต่ก็หลังจากที่ข้าโยนพี่เข้าไปในงานเรียบร้อยแล้วนั่นละ
เอลล่าอยู่ในชุดราตรีแสนงามแบบที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ข้ายังจำความรู้สึกของตัวเองได้ตอนที่เห็นมันก้าวลงจากรถม้า แน่ละสิ..ข้าตกใจ เปล่า ข้าไม่ได้ตกใจที่มันหาชุดทัน แต่ข้าไม่เคยเห็นเอลล่าสวยขนาดนี้มาก่อน ที่จริงผู้หญิงคนนั้นไม่เหมือนเอลล่าในยามปกติเลยสักนิด หากก็มีบางอย่างบอกข้าว่านางคือเอลล่าที่ร้ายกาจคนเดิม และนั่นทำให้ข้ารู้โดยสัญชาตญาณว่ามันเกิดจากเวทมนตร์
ข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนตัวแข็ง ปล่อยให้มันเดินผ่านหน้าข้าไป
อ้อ! ข้าคงลืมบอกพวกเจ้า ตอนนั้นข้าปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มโง่เง่าคนหนึ่งเผื่อว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉิน (เห็นไหม ข้าเป็นคนรอบคอบ)
ในตอนนั้นข้าถึงได้เหลือเห็นรองเท้าแก้วของมัน สวย ใส และปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำจากแก้ว ข้ารู้ได้ทันทีว่าคนทำรองเท้านี่ ถ้าไม่เก่งสุดๆ ก็สติไม่สมประกอบ
ข้าจำได้ว่าตัวเองแช่งให้มันร้าว...
หลังจากนั้นข้าก็นั่งรอพี่อยู่จนกว่างานจะเลิก พลางพยายามปัดเรื่องของเอลล่าออกไปจากสมอง
เฮ้! ทำไมพวกเจ้าทำหน้ามีความหวังอย่างนั้นละ
คิดว่าจะมีใครมาพบข้า แล้วตกหลุมรักข้าในสภาพหนุ่มน้อย?
กระเทยรึไง?
โทษทีที่ทำลายความหวังเจ้า....แต่ตอนนั้นมีแค่ยุงที่รุมตอมข้า
ข้านั่งตบยุงจนถึงเที่ยงคืน แล้วเรื่องก็เกิด...
ใช่แล้ว เอลล่ารีบร้อนลงบันไดมาเพราะเวทมนตร์จะเสื่อมอย่างที่พวกเจ้าเคยได้ยินมา แต่มันก็ยังไม่วายพยายามสลัดรองเท้าแก้วทิ้งหลักฐานเอาไว้ .....สมกับเป็นเอลล่า
และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น....
โอเค ข้าไม่อยากเล่าต่อแล้ว พวกเจ้าคงจะพอเดาเรื่องต่อได้เอง
การทำรองเท้าส้นสูงหลุดขณะวิ่งลงบันไดอาจจะไม่ทำให้เกิดอันตราย ถ้ามันไม่ใช่รองเท้าแก้วส้นร้าว (ขอบคุณสวรรค์อีกครั้ง ที่ทำให้คำขอของข้าเป็นจริง)
อา... ภาพการร่วงหล่นอันสวยงามของนางติดตาข้ามาจนทุกวันนี้
.............
ข้าแนะนำให้พวกเจ้าลืมซะว่าข้าพูดถึงการตายของซินเดอเรลลายังไง
..............
ข้าขอบอกความจริงอีกนิด.... ไม่มีแม้แต่ผีเจ้าชายมาเก็บรองเท้าแก้วที่เอลล่า ‘บังเอิญ’ ทำหล่นไว้เลย ข้าเลยทำหน้าที่พลเมืองที่ดี ‘ลาก’ นางซินผู้โชคร้ายออกจากสถานที่เกิดเหตุไปไว้ในพุ่มไม้ไกลสายตา จะได้ไม่ทำให้พี่สาวแสนดีของข้าขึ้นอืดขวามทางชาวบ้านเท่านั้นละ ไม่ได้มีเจตนาอื่น แล้วข้าก็นั่งตบยุงต่อไป
.....ข้าคิดไปเองรึเปล่าว่าพวกเจ้าทำหน้าผิดหวัง
ในที่สุด พี่ข้าก็กลับออกมา แต่ก็ไม่เห็นจะมีไอ้หนุ่มไหนมันตามออกมาส่งพี่เลย ซึ่งก็ดี ในตอนนี้ข้าไม่คิดจะยกพี่ให้ใครอีกแล้ว เพราะนางมารผจญม่องเท่งไปเรียบร้อย
ข้ารีบลากพี่กลับบ้าน แล้วเรื่องก็จบ
====================END====================
ก็จบสิ... แค่นี้ไง.... จะเอาอะไรอีกละเจ้านี่
อ้อ! เรื่องหลังจากนั้นรึ
ได้สิ.....
นางซิน หรือเอลล่าพี่สาวสุดสวาทขาดใจของข้า ถูกพบเป็นศพขึ้นอืดในอุทยานของพระราชวัง แต่ก็ไม่ได้มีข่าวอะไร เพราะจะทำให้เกิดการเสื่อมเสียไปถึงองค์ราชาได้ ทำไมข้าถึงรู้น่ะหรือ... อ้าว! ก็ข้าเป็นคนเอาไปซ่อนเองน่ะสิ
ส่วนเจ้าชายในพระราชวังก็ไม่เห็นจะได้พระคู่หมั้นอย่างที่ว่า อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้ข่าวน่ะนะ
พี่สาวแสนดีกับตัวข้าก็อยู่อย่างสุขสบาย เว้นแต่การทำงานบ้านที่ข้าเป็นคนรับผิดชอบเพียงคนเดียวแล้ว ข้าก็ถือว่าสบายในระดับหนึ่ง แค่ไม่มีเสียงนางปีศาจนั่นข้าก็พอใจแล้วละ
แต่ก็ติดนิดหน่อย...
ข้าควรจะโทษนางเอลล่า กับเรื่องปั้นไร้สาระของมัน
แย่สักหน่อย ที่ชาวบ้านแถวนี้มันชอบแต่งเรื่อง พอไม่เห็นเอลล่ามาซื้อข้าวซื้อของอย่างเคยแล้วก็กลับมีตัวข้ามาซื้อของแทน ก็เลยปั้นเรื่องโมเมกันไปว่า
‘ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป ด้านแม่เลี้ยงใจร้ายก็ถูกริบทรัพย์สินจนต้องกลายเป็นยาจกไป’
ข้าอยากให้พวกมันเห็นกองสมบัติของบ้านข้าจริงๆ เพียงแต่ข้าไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใส่ออกมาล่อโจรเท่านั้นเอง
หรือที่แย่ที่สุด..... .....ข้าหวิดโดนทุเรียนฟาดหน้า
“น้องพี่ ซักผ้าเสร็จรึยังจ๊ะ”
นั่นไงพี่ข้าเรียกแล้ว
“เสร็จแล้วค่า พี่สควอลโล่”
“ดีแล้วละจ๊ะ สึนะจัง จะได้มากินข้าวด้วยกัน”
อะไร ทำไมเจ้าทำหน้าเหวออย่างนั้นละ?
Tbc.
(ก็ Tbc. สิ คิดว่าชีวิตข้าจบแค่นี้รึไง)
========================================
รู้นะว่าอ่านแล้วคิดว่ามันเกี่ยวกับรีบอร์นตรงไหน ท้ายตอนนั่นไง้ (โดนตบ)
ขอบคุณวิกิพีเดียที่อุตส่าห์เอื้อเฟื้อเรื่องซินเดอเรลล่าให้วารี่ก๊อปวาง (ทำไมแกขี้เกียจอย่างนี้)
อ้อ...ที่เอ่ยถึงนังซินแค่ปูเนื้อเรื่องไว้ก่อนน่ะค่ะ จะได้นำทางไปหา...ตัวละครอีกตัว
edit @ 10 May 2008 15:26:32 by warasama