[S.Fic] Arrivederci [6927]

posted on 01 Jun 2008 20:09 by sameeris

Title : Arrivederci
Fandam : Katekyo HITMAN Reborn!
Pairing : 6927
Warning : อย่าหวังอะไรกับมันมาก    

....ตั้งแต่เมื่อไรกัน.... 

                เสียงปืนดังก้องราวกับฟ้าผ่าพร้อมกับร่างบางที่ทรุดฮวบ แปลกนักที่เขายังมองเห็นรอยยิ้มบนเรียวปากสีอ่อนนั่น

 

....ราวกับความตายเป็นเพียงการนอนหลับ

 ....ดวงตาคู่นั้น.... 

                ใบหน้าสีขาวซีดเปรอะเปื้อนหยดเลือดสีแดงเข้มของตนเอง หากดวงตาสีน้ำตาลเหลือบส้มกลับไม่มีแม้แต่แววโกรธเคือง กระนั้นก็มิได้หวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มอ่อนๆ ...เพียงเท่านั้นเอง

 

                น่าโมโหนัก

 ....ความห่วงใยนั่น.... 

                มือบางกุมบาดแผลที่หน้าอก เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกทางร่องนิ้วมือนั้นช้าๆ หากไม่มีวี่แววว่าจะหยุด

 

                จะเรียกว่าโชคดีหรือไม่ที่ไม่โดนหัวใจ... หากกระสุนร้อนพุ่งเข้าตัดเส้นเลือดสำคัญใกล้หัวใจแทน

 

                ดูไม่ได้จริงๆ ว่างั้นไหม ประโยคแรกที่เอ่ยขึ้นมิได้เจือความโกรธเคืองอย่างที่เขาคาดไว้

 

                มั่นคง... เสียจนน่าหมั่นไส้

 ....ปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อหลับตา.... 

                มุคุโร่?

 

                 ใบหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มมุมปากรับคำนั้น หากดวงตาสองสีกลับปราศจากแววใด เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงชันเขาตรงหน้าร่างเล็ก 

                คุณตัดสินเสียอย่างนั้นแล้ว จะให้ผมตอบทำไมอีกละครับ วองโกเล่         

             ฉันกำลังจะตายนะ มุคุโร่ ร่างเล็กเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ออกมาง่ายๆ คล้ายกับความตายไม่ใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัว 

                ครับ ผมทราบ

 ....ฤจะเป็นมนตรา.... 

                ใบหน้าหวานนั้นยิ้มรับถ้อยคำเขาราวกับรู้ล่วงหน้าแล้ว มุคุโร่จึงไม่ได้ต่อคำ

 

                ไม่จำเป็นแล้ว... ที่เขาจะต้องเอ่ยอะไร

                

                กระนั้นผู้ที่รอคำตอบก็ไม่ได้คาดคั้นอะไร 

                นี่ ไม่คิดจะอวยพรหน่อยหรือ เสียงทุ้มหวานแหบแห้งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

 

                อวยพร? ผมไม่เคยได้ยินเลยนี่ครับ อวยพรก่อนตาย มุคุโร่ยิ้มบางพลางทอดสายตามองร่างตรงหน้า เลือดสีแดงฉานไหลย้อมสูทสีขาวของร่างบางจนกลายเป็นสีแดงชุ่มโชก ใบหน้าหวานซีดจัดเพราะเสียเลือดมาก หากรอยยิ้มยังไม่เลือนไปทั้งจากริมฝีปากและแววตา

 ....มนตราที่คนคนนี้ร่ายใส่เขา....                                 

                 ม...ไม่ได้?ถ้อยคำที่เอ่ยเริ่มตะกุกตะกักด้วยเลือดที่ไหลย้อนขึ้นมาจากลำคอ หากร่างเล็กก็ยังฝืน กลืนเลือดคาวกลับลงไป ทั้งที่รู้ว่าไม่เป็นผลดี 

            นั่นเป็นคำสั่งหรือเปล่าครับ

 

                ไม่ใช่คำสั่งแล้วนายทำให้ฉันไม่ได้เชียวหรือ

 

            นั่นสิครับ มุคุโร่ยิ้มกว้าง แล้วเอียงคอน่ารัก ...อย่างที่เขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่ชอบ

 

                หากปฏิกิริยาของสึนะแตกต่างจากเคย

 

                มือเย็นเฉียบเปื้อนเลือดแตะลงบนริมฝีปากของเขาแผ่วเบา ทำให้ร่างของมุคุโร่แข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว ครั้นเมื่อเรียกสติกลับมาได้ เขาก็ไม่ได้ปัดมือข้างนั้นออกไปจากใบหน้าตน

 

            ทำไม... เขาก็ไม่รู้

 

                 มุคุโร่มองรอยยิ้มอ่อนแรงของสึนะแล้วให้คำตอบตนเอง 

 

อาจเป็นเพราะความสงสาร ....เท่านั้นเอง

 ....หากเป็นเช่นนั้นจริง.... 

                ที่ผ่านมาฉันขอบคุณ....

 

                มุคุโร่นิ่งฟังทั้งที่ควรตอบโต้

 

                รวมทั้งเรื่องวันนี้ มือบางอีกข้างแตะลงบนวัตถุสีดำมะเมื่อมในมือใหญ่ของอีกคน ....ปืนที่ลั่นกระสุนคร่าชีวิตของเขาเอง ขอบคุณมาก

 

                ชายหนุ่มยิ้มบางรับคำเช่นเดิม หากดวงตากลับมีบางสิ่งเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่าอย่างเคย และสึนะก็สังเกตเห็น จึงได้ยิ้มอ่อนๆ ออกมาอีกครั้ง

 

                 สิ่งที่ฉันเห็นในแววตาของนายวันนี้ ฉันจะถือว่าเป็นคำอวยพร ขอบคุณ...จริงๆ ท้ายท่อนนั้นเจือสะอื้นเล็กๆ หากก็เพียงเท่านั้น รอยยิ้มอ่อนเช่นเดิมคลี่ออกคล้ายกับรอยสะอื้นเมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น  

 

               

                 มุคุโร่ใช้มือข้างที่ว่างของตนจับใบหน้าเล็กอย่างเผลอไผล ทำให้สึนะสะดุ้งน้อยๆ อย่างไม่คาดคิด น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ กระนั้นสึนะก็ไม่สนใจที่จะปาดมันออกไป

 

                ฉันเชื่อว่าเราจะได้พบกันอีก สายหมอก...ของฉัน

                 หยดน้ำตาที่ต้องมือของมุคุโร่นั้นทำให้เขาคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง พร้อมกับมือที่แตะริมฝีปากของเขาตกลงตามแรงโน้มถ่วง  

            แล้วพบกันใหม่ครับ วองโกเล่ที่รัก

                                                           

....คงเป็นเขาเองที่เต็มใจต้องมนตร์แห่งนภานั้น....

 ------------------------------------------------END------------------------------------------------- 

อ้ากกกกก เพ้อแหลกแหกค่าย

สำนวนฉ่อยแต่ไม่อยากแก้ เนื้อเรื่องสั้นเกินแต่ไม่รู้จะขยายตรงไหน

ใครไม่เข้าใจ (คิดว่าเยอะ) จะอธิบายให้ฟังฮะ

คือจริงๆ แล้วคิดว่า สึนะเป็นคนวางแผนให้ตัวเองในอดีตกลับมาเอง โดยใช้ความตายของตัวเองเป็นการเปิดสวิตช์ ทีนี้สึนะไม่อยากฆ่าตัวตายเพราะกลัวว่าสุดท้ายจะไม่กล้าพอ (คือกลัวว่าคนอื่นจะเสียใจที่ตัวเองตายน่ะ) ก็เลยให้มุคุโร่เป็นคนฆ่า

เนื้อเรื่องก็มีอยู่เท่านี้ละฮะ (หัวเราะ)

แล้วก็อยากให้อ่านตัวเอนติดๆ กันอีกรอบฮะ (ลอกมาจากเรื่อง แซซ เลยนะนั่น (ยังมีหน้ามาภูมิใจ) )

ส่วนว่าแววตาของมุคุโร่มีอะไรปรากฏขึ้นก็อยากให้เดาเอาเองฮะ

(เพลง Kufufu no Fu มันดังตอนแต่งใกล้จบ กระเจิงหมดเลยให้ตาย) 

 

ส่วนฟิคเรื่องเก่าๆ ตอนนี้อยากจะรีไรท์ด่วน เพราะเจ้าเรื่องแรกจริงๆ แล้ววางไว้ให้จบในตอนฮะ พอเขีนให้มันยาวก็ดันรั่วเสียอย่างนั้น ยิ่งเขียนยิ่งออกทะเล ก็เลยคิดว่าจะรีไรท์ใหม่ ส่วนอีกเรื่อง ที่อิงเรื่องซินเดอเรลล่านั้น วารี่กำลังพยายามอยู่ฮะ เพราะดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบวิธีการบรรยายแบบนี้กัน แต่ก็ยังจะดันทุรังใช้ฮะ (โดนตบเปรี้ยง) ก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้สนองนี้ด และก็แน่นอนว่าไอ้เจ้าสนองนี้ดเนี่ย มันก็ต้อง 6927 หนูซือราชินีแน่ๆ แหะๆ ไม่รู้ว่าจะได้ต่อเรื่องเก่าๆ เมื่อไหร่ เพราะตอนนี้เปิดเทอมแล้ว งานเยอะอย่างรุนแรง

ไม่ได้เม้นเรื่องของท่านไหนอย่าคิดว่าวารี่ไม่ได้ไปอ่านนะฮะ วารี่ยังติดตามทุกเรื่อง แต่เวลาไม่มีเท่านั้นเอง โฮ....

(นี่เอ็งคุยยาวมากเลยนะ)

edit @ 1 Jun 2008 20:18:38 by warasama

[AU Fic] After “Ever After” ? 1

posted on 10 May 2008 15:24 by sameeris

Title : Cinderella : After “Ever After” ?

[ภาษาไทย : ซินเดอเรลล่า : ชีวิตหลัง ชั่วนิรันดร์? ]

Fandam : Katekyo HITMAN Reborn! Warning : ชื่อเรื่องชวนงงมาก 

บทที่ 1

                 กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....  มีบุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งมีคนหนึ่ง นามว่า เอลล่า มารดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก ทำให้บิดาของเอลล่าแต่งงานใหม่กับแม่หม้ายผู้มีลูกสาวติดสองคนเพราะไม่อยากให้เอลล่าขาดแม่  ไม่นานหลังจากนั้น บิดาของเอลล่าก็เสียชีวิต แม่เลี้ยงและลูกสาวสองคนของนางก็เผยธาตุแท้ นางกับลูกสาวใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย ที่ร้ายกว่านั้น ทั้งสามยังเปลี่ยนชื่อของเอลล่า เป็น ซินเดอเรลล่า ที่แปลว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน เพราะพวกนางใช้งานเอลล่าจนเสื้อผ้าขาดปุปะมอมแมมไปทั้งตัวนั่นเอง ซินเดอเรลล่ายอมทนลำบากทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง มีจดหมายเรียนเชิญหญิงสาวทั่วอาณาจักรให้มาที่พระราชวังเพื่อร่วมงานเต้นรำ แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ พระราชา ต้องการหาคู่ครองให้กับเจ้าชายซึ่งเป็นพระโอรสองค์เดียว จึงใช้งานเต้นรำบังหน้า เมื่อรู้ข่าว ลูกสาวทั้งสองต่างพากันดีใจที่บางทีตนอาจมีโอกาสได้เต้นรำและได้แต่งงานกับเจ้าชายก็เป็นไปได้ เช่นกันกับซินเดอเรลล่า เพราะเธอใฝ่ฝันมาตลอดเวลาว่าจะได้เต้นรำบนฟลอร์ที่งดงามและเป็นอิสระจากงานบ้านอันล้นมือเหล่านี้ แต่แน่นอน เมื่อเด็กสาวขอไป แม่เลี้ยงใจร้ายจึงกลั่นแกล้งต่างๆ นานาจนซินเดอเรลล่าไม่มีชุดใส่ไปงานเต้นรำ ซินเดอเรลล่าเสียใจมาก จึงหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทันใดนั้นนางฟ้าแม่ทูนหัวของซินเดอเรลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นและบันดาลชุดที่สวยงามที่สุดให้ซินเดอเรลลา พร้อมกับบอกให้เด็กสาวไปงานเต้นรำ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นเวทมนตร์จะเสื่อม ซินเดอเรลล่าได้ทำตามความฝัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ คู่เต้นรำที่เธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นคือเจ้าชายนั่นเอง ทั้งสองตกหลุมรักกันทั้งที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็รีบหนีไปโดยเผลอทำรองเท้าหลุดขณะวิ่งลงบันได เจ้าชายเก็บรองเท้าไว้ได้จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้น เสนาบดีได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่างๆเพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยง เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก พร้อมเขวี้ยงรองเท้าแก้วลงบนพื้นจนแตกละเอียด ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายพบ แต่สุดท้าย ซินเดอเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมาและสวมให้กับเหล่าเสนาได้ดู..... ....ทำให้ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ ข้าได้ยินเสียงตัวเองต่อบทให้ด้วยความเอือมระอา 

ขอโทษเถอะ ข้าได้ยินไอ้นิทานโกหกตอแหลนี่มาเป็นล้านๆ ครั้งแล้ว

 พวกเจ้าลองมาเป็นข้าไหมละ! มาผจญกับนางปีศาจเอลล่าตอหลดตอแหล ข้าละขอบคุณสวรรค์ที่ยังมีตาให้นางฟ้าแม่ทูนหัวของมันสติสตางค์ไม่สมประกอบ.... 

อ้าว! นี่ข้ายังไม่ได้บอกอีกรึว่าข้าเป็นใคร โธ่เอ้ย พวกเจ้าก็นั่งเงียบอยู่ตั้งนาน

 

ข้าเป็นน้องสาวของนางซินเดอเรลล่านั่นอย่างไร ข้าหมายถึงน้องสาวทางนิตินัยน่ะ นั่นคือข้อหนึ่งที่ข้าภูมิใจจนทุกวันนี้ที่ไม่ต้องเกิดมาเป็นพี่น้องท้องเดียวกับมัน ถูกแล้ว...ข้าเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงที่พวกเจ้าเข้าใจว่า ใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย นั่นละ

 

โอ้ย... ข้าฟังแล้วอยากจะหัวเราะ ไอ้พวกเด็กปัญญาอ่อนที่ฟังนิทานนอกกำแพงบ้านข้ามันยังเชื่อสนิทใจ ข้าอยากจะให้มันเห็นสภาพข้าตอนนี้จริงๆ ดูซิ ว่ามันจะยังเชื่อเรื่องงี่เง่านั่นได้อีกไหม

 

อ้อ! เจ้าอยากรู้? ดูเสียให้เต็มตา....

 

ข้ากำลังนั่งซักผ้าในกะละมัง

 

ทีนี้ถามตัวเอง ใครกันแน่ที่ ถูกใช้งานราวกับเป็นสาวใช้

 

แล้วยิ่งข้าต้องมานั่งซักผ้าข้างกำแพง ที่จะต้องมาทนนั่งฟังเรื่องบ้าบอนี่ทุกวัน เพราะไอ้คนนอกกำแพงนั่นมันเป็นนักเล่านิทาน! คนเล่านิทานที่ข้าไม่เคยเห็นมันเล่าเรื่องอะไรนอกจากเรื่องที่นางเอลล่ามันปั้นขึ้นมา

 

อยากรู้เรื่องจริงหรือ?

 

แป๊บนึงนะ... ข้าขอเทน้ำออกจากกะละมังก่อน

 

ท่านนักเล่านิทานฮะ ท่านนักเล่านิทาน เสียงไอ้เด็กที่นั่งฟังนิทานมันลอยตามลมมาเข้าหูข้า

 

มีอะไรหรือ พ่อหนูน้อย นั่นละ เสียงของนักเล่านิทานละ

 

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแม่เลี้ยงกับลูกของมันฮะ มัน? ไอ้เด็กนี่มันเรียกแม่ข้าว่ามัน!

 

ข้าได้ยินเสียงคนเล่านิทานหัวเราะดังๆ และมันก็ตอบทีเล่นทีจริง

 ตอนนี้ก็คงอดตายเป็นผีตายโหงแล้วละมั้ง... 

โป้ก!!!

 

เฮ้ย! กะละมังใครวะ!”

 

อุ้ย... ข้าเผลอทำกะละมังหลุดมือละ (ยังไม่ได้ล้างสบู่เลย)

   

เอาละ ข้าจะเล่าละนะ

 

ที่จริงเรื่องที่นางเอลล่ามันกุขึ้นมาก็ไม่ได้ผิดอะไรเท่าไหร่หรอก จริงที่แม่ข้าแต่งงานกับพ่อมัน แต่เจ้าเห็นไหม...

 ทำให้บิดาของเอลล่าแต่งงานใหม่ 

เห็นอยู่โต้งๆ ว่าพ่อมันหลอกแม่ข้าแต่งงาน!!!

 

หลังจากแต่งงานไม่นาน พ่อมันก็ตาย ช่วยไม่ได้.... ขี่ม้าไม่เป็น ยังเจือกขี่โชว์ให้แม่ข้าดู สมควรแล้วที่มันตกม้าตาย (วะฮ่าๆๆๆ)

 

แม่เลี้ยงและลูกสาวสองคนของนางก็เผยธาตุแท้....  และใช้จ่ายเงินที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย

 

ข้าค้านสุดชีวิต... มันน่ะเรอะจะมีทรัพย์สินอะไร ขนาดบ้าน (ของอย่างเดียวที่เป็นของมัน) ข้ายังต้องจ้างช่างมาซ่อมอยู่ทุกอาทิตย์!!! นั่นก็ไปแย้งกับนิทานของมันอีกข้อหนึ่ง คือความจริงแล้วมันไม่ได้รวย แม่ข้าต่างหากที่รวย ไม่งั้นมันจะมาหลอกแม่ข้าแต่งงานเรอะ

 แล้วที่สำคัญแม่ข้าตรอมใจตายหลังจากพ่อมันคอหักสองวัน (จะให้เป็นผีมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้ไง เงินนะเฟ้ย... ไม่ใช่กงเต็ก) 

เอลล่าไล่คนใช้ออกจากบ้านทันทีที่แม่ข้าสิ้นลมด้วยอ้างว่าไม่มีเงินพอที่จะจ้างใคร ในตอนนั้นข้ากับพี่มัวแต่เศร้าโศกไม่อาจตามเล่ห์กลอะไรของมันได้ทัน

 แล้วมันก็บังคับพี่ข้าที่แสนจะอ่อนโยนและปฏิเสธใครไม่เป็นให้ทำงานบ้านราวกับเป็นสาวใช้ ส่วนตัวข้าที่สงสารพี่มากก็ต้องพลอยรับกรรมไปด้วย (ตรงนี้ข้าขอชมว่ามันฉลาด... มันเลือกไม่สั่งข้าที่ไม่ทำแน่ แต่ไปสั่งพี่ข้าแทน) ทีนี้รู้รึยังว่าใครกันแน่ที่เผยธาตุแท้ 

อยากรู้ใช่ไหมว่ามันทำยังไงถึงปั้นเรื่องให้คนทั้งเมืองเชื่อได้

 

ตอนแรกข้าก็ไม่รู้เท่าหรอก ข้ารู้เพียงแต่ว่ามันบอกให้ข้าเรียกมันว่า ซินเดอเรลล่า หลังจากนั้นมันก็ขโมยชุดปะชุนจนพรุนของพี่ข้าไป (ดูความเลวของมันสิ ขนาดชุดสาวใช้ยังต้องขโมย) แล้วมันก็จะหายตัวไปทุกเช้ากลับมาพร้อมกับผลไม้ใกล้เน่าตอนตะวันสายโด่ง (ข้าขอบอกอีกเรื่อง... เวลานั้นปกติข้าทำความสะอาดบ้านเสร็จทั้งหลังแล้ว)

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ข้าออกจากบ้านไปซื้อข้าวของที่ตลาดในเมืองในชุดที่ดีที่สุดของตน แล้วกลับมาในสภาพยับเยินเหมือนไปฟัดกับหมามา (ข้าขอโทษนะท่านพี่) ข้าจึงซักถามนาง แล้วก็ได้รู้...

 

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดพากันต่อว่าด่าทอพี่ข้าทันทีที่นางไปถึง ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ข้าก็ไม่กล้าจะเอ่ยออกมา พอเห็นพี่ข้าร้องไห้ด้วยท่าทีใสซื่อ พวกมันก็ขว้างปาสิ่งของใส่ นางยังมองโลกในแง่ดีอีกว่าโชคดี... ได้ของที่ต้องการครบโดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักแดง

 

ฟังเรื่องทั้งหมดข้าก็ปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที ต้องขอบคุณความฉลาดที่สวรรค์ส่งมาให้ข้า

 

....เอลล่าพี่สาวสุดที่รักของข้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน สร้างเรื่องแสนเศร้าที่มีตัวมันเองเป็นนางเอกได้โดยไม่ต้องพูดสักคำ

 

แล้วข้าก็อยากจะถล่มสวรรค์ที่มอบความฉลาดให้นางปีศาจเอลล่าด้วย (แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้มอบพรสวรรค์ในการเลือกผลไม้ให้มันสักเล็กน้อย มันจะได้ซื้อผลไม้ที่พอกินได้กลับมาสักครั้ง)

 

ในที่สุดข้าก็มองเห็นทางรอดของเราพี่น้อง เมื่อพระราชวังส่งเทียบเชิญมาที่บ้านของเรา ก็อยากที่เจ้าเข้าใจนั่นละ เป็นเทียบเชิญไปงานเต้นรำที่ชาวบ้านร่ำลือว่าเป็นงานเลือกพระคู่หมั้นของเจ้าชาย เปล่า...ไม่ใช่ตัวข้าที่อยากจะเป็นพระคู่หมั้น แต่ข้าอยากจะให้พี่สาวข้าเป็นต่างหาก

 

แน่นอนว่านางซินก็มีเป้าหมายเดียวกับข้า กลับกันแค่เปลี่ยนจากพี่สาวข้าเป็นตัวมันเอง

 

แต่คนอย่างข้ามีหรือจะยอม....

 

เมื่อมันเอาชุดแสนสวยของมันมาอวดข้ากับพี่สาวให้อิจฉาเล่น ข้าก็แอบใส่แองเจลลีน่า (หนู) เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของมัน แล้วก็โปรยเศษอาหารลงไปบนชุดราตรียาวบานฟูฟ่องของมัน หลังจากนั้นข้าก็กลับไปช่วยพี่เย็บชุดราตรีที่ข้ามั่นใจว่ามันงามกว่าชุดของซินเดอเรลล่าแน่ๆ เมื่อถึงวันงาน (คึหึหึ)

 

แล้วก็จริง... เมื่อมันเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาในตอนเช้าของวันงาน ก็พบกองทัพหนู... เจ้าฟังไม่ผิดหรอก กองทัพเพื่อนของแองเจลลีน่ากำลังแทะชุดแสนสวยของมันจนขาดแหว่งหาสภาพเดิมไม่ได้

 

โชคดีที่ข้าซ่อนตัวพี่แล้วก็ชุดของพี่เอาไว้ มันเลยมาต่อว่าอะไรกับพี่ข้าไม่ได้ แต่กับข้าน่ะเรอะ....เผ่นป่าราบไปตั้งนานแล้ว

 

ข้าวาดภาพออกเลยว่ามันจะต้องวิ่งพล่านหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะหาเรื่องใครไม่ได้ ซ้ำยังหาชุดไม่ทันงานเต้นรำอีกด้วย

 

ข้าพบเอลล่าอีกครั้ง แต่ก็หลังจากที่ข้าโยนพี่เข้าไปในงานเรียบร้อยแล้วนั่นละ

 

เอลล่าอยู่ในชุดราตรีแสนงามแบบที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน  ข้ายังจำความรู้สึกของตัวเองได้ตอนที่เห็นมันก้าวลงจากรถม้า แน่ละสิ..ข้าตกใจ เปล่า ข้าไม่ได้ตกใจที่มันหาชุดทัน แต่ข้าไม่เคยเห็นเอลล่าสวยขนาดนี้มาก่อน ที่จริงผู้หญิงคนนั้นไม่เหมือนเอลล่าในยามปกติเลยสักนิด หากก็มีบางอย่างบอกข้าว่านางคือเอลล่าที่ร้ายกาจคนเดิม และนั่นทำให้ข้ารู้โดยสัญชาตญาณว่ามันเกิดจากเวทมนตร์

 

ข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนตัวแข็ง ปล่อยให้มันเดินผ่านหน้าข้าไป

 

อ้อ! ข้าคงลืมบอกพวกเจ้า ตอนนั้นข้าปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มโง่เง่าคนหนึ่งเผื่อว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉิน (เห็นไหม ข้าเป็นคนรอบคอบ)

 ในตอนนั้นข้าถึงได้เหลือเห็นรองเท้าแก้วของมัน สวย ใส และปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำจากแก้ว ข้ารู้ได้ทันทีว่าคนทำรองเท้านี่ ถ้าไม่เก่งสุดๆ ก็สติไม่สมประกอบ  

ข้าจำได้ว่าตัวเองแช่งให้มันร้าว...

 

หลังจากนั้นข้าก็นั่งรอพี่อยู่จนกว่างานจะเลิก พลางพยายามปัดเรื่องของเอลล่าออกไปจากสมอง

 

เฮ้! ทำไมพวกเจ้าทำหน้ามีความหวังอย่างนั้นละ

 

คิดว่าจะมีใครมาพบข้า แล้วตกหลุมรักข้าในสภาพหนุ่มน้อย?

 

กระเทยรึไง?

 

โทษทีที่ทำลายความหวังเจ้า....แต่ตอนนั้นมีแค่ยุงที่รุมตอมข้า

 

ข้านั่งตบยุงจนถึงเที่ยงคืน แล้วเรื่องก็เกิด...

 

ใช่แล้ว เอลล่ารีบร้อนลงบันไดมาเพราะเวทมนตร์จะเสื่อมอย่างที่พวกเจ้าเคยได้ยินมา แต่มันก็ยังไม่วายพยายามสลัดรองเท้าแก้วทิ้งหลักฐานเอาไว้ .....สมกับเป็นเอลล่า

 

และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น....

 

โอเค ข้าไม่อยากเล่าต่อแล้ว พวกเจ้าคงจะพอเดาเรื่องต่อได้เอง

 

การทำรองเท้าส้นสูงหลุดขณะวิ่งลงบันไดอาจจะไม่ทำให้เกิดอันตราย ถ้ามันไม่ใช่รองเท้าแก้วส้นร้าว (ขอบคุณสวรรค์อีกครั้ง ที่ทำให้คำขอของข้าเป็นจริง)

 

อา... ภาพการร่วงหล่นอันสวยงามของนางติดตาข้ามาจนทุกวันนี้

 

.............

 

ข้าแนะนำให้พวกเจ้าลืมซะว่าข้าพูดถึงการตายของซินเดอเรลลายังไง

 

..............

 ข้าขอบอกความจริงอีกนิด.... ไม่มีแม้แต่ผีเจ้าชายมาเก็บรองเท้าแก้วที่เอลล่า บังเอิญ ทำหล่นไว้เลย  ข้าเลยทำหน้าที่พลเมืองที่ดี ลากนางซินผู้โชคร้ายออกจากสถานที่เกิดเหตุไปไว้ในพุ่มไม้ไกลสายตา จะได้ไม่ทำให้พี่สาวแสนดีของข้าขึ้นอืดขวามทางชาวบ้านเท่านั้นละ ไม่ได้มีเจตนาอื่น แล้วข้าก็นั่งตบยุงต่อไป 

.....ข้าคิดไปเองรึเปล่าว่าพวกเจ้าทำหน้าผิดหวัง

 

ในที่สุด พี่ข้าก็กลับออกมา แต่ก็ไม่เห็นจะมีไอ้หนุ่มไหนมันตามออกมาส่งพี่เลย ซึ่งก็ดี ในตอนนี้ข้าไม่คิดจะยกพี่ให้ใครอีกแล้ว เพราะนางมารผจญม่องเท่งไปเรียบร้อย

 

ข้ารีบลากพี่กลับบ้าน แล้วเรื่องก็จบ

  

====================END====================

  

ก็จบสิ... แค่นี้ไง.... จะเอาอะไรอีกละเจ้านี่

 

อ้อ! เรื่องหลังจากนั้นรึ

 

ได้สิ.....

 

นางซิน หรือเอลล่าพี่สาวสุดสวาทขาดใจของข้า ถูกพบเป็นศพขึ้นอืดในอุทยานของพระราชวัง แต่ก็ไม่ได้มีข่าวอะไร เพราะจะทำให้เกิดการเสื่อมเสียไปถึงองค์ราชาได้ ทำไมข้าถึงรู้น่ะหรือ... อ้าว! ก็ข้าเป็นคนเอาไปซ่อนเองน่ะสิ

 

ส่วนเจ้าชายในพระราชวังก็ไม่เห็นจะได้พระคู่หมั้นอย่างที่ว่า อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้ข่าวน่ะนะ

 

พี่สาวแสนดีกับตัวข้าก็อยู่อย่างสุขสบาย เว้นแต่การทำงานบ้านที่ข้าเป็นคนรับผิดชอบเพียงคนเดียวแล้ว ข้าก็ถือว่าสบายในระดับหนึ่ง แค่ไม่มีเสียงนางปีศาจนั่นข้าก็พอใจแล้วละ

 

แต่ก็ติดนิดหน่อย...

 

ข้าควรจะโทษนางเอลล่า กับเรื่องปั้นไร้สาระของมัน

 

แย่สักหน่อย ที่ชาวบ้านแถวนี้มันชอบแต่งเรื่อง พอไม่เห็นเอลล่ามาซื้อข้าวซื้อของอย่างเคยแล้วก็กลับมีตัวข้ามาซื้อของแทน ก็เลยปั้นเรื่องโมเมกันไปว่า

 

ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป ด้านแม่เลี้ยงใจร้ายก็ถูกริบทรัพย์สินจนต้องกลายเป็นยาจกไป

 

ข้าอยากให้พวกมันเห็นกองสมบัติของบ้านข้าจริงๆ เพียงแต่ข้าไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใส่ออกมาล่อโจรเท่านั้นเอง

 หรือที่แย่ที่สุด..... .....ข้าหวิดโดนทุเรียนฟาดหน้า    

น้องพี่ ซักผ้าเสร็จรึยังจ๊ะ

 

นั่นไงพี่ข้าเรียกแล้ว

 

เสร็จแล้วค่า พี่สควอลโล่

 

ดีแล้วละจ๊ะ สึนะจัง จะได้มากินข้าวด้วยกัน

 

อะไร ทำไมเจ้าทำหน้าเหวออย่างนั้นละ?

  

Tbc.

 (ก็ Tbc. สิ คิดว่าชีวิตข้าจบแค่นี้รึไง) 

========================================

 

รู้นะว่าอ่านแล้วคิดว่ามันเกี่ยวกับรีบอร์นตรงไหน ท้ายตอนนั่นไง้ (โดนตบ)

ขอบคุณวิกิพีเดียที่อุตส่าห์เอื้อเฟื้อเรื่องซินเดอเรลล่าให้วารี่ก๊อปวาง (ทำไมแกขี้เกียจอย่างนี้)

อ้อ...ที่เอ่ยถึงนังซินแค่ปูเนื้อเรื่องไว้ก่อนน่ะค่ะ จะได้นำทางไปหา...ตัวละครอีกตัว

edit @ 10 May 2008 15:26:32 by warasama

ป่วย....

posted on 06 Apr 2008 21:15 by sameeris

ป่วยใจ ป่วยกาย...

เซ็งจัดหน้าไม่ได้

หนูจะเอาให้มันชิดขอบ!!!

แย่... ทำไมนิยายวายดีๆ ไม่มีให้อ่าน.... (นี่แกเผยธาตุแท้เร็วไปไหม)

ไอ้ที่ดีๆ ก็ไม่อัพ

แล้วทำไม้...! ยังไม่ได้ Reborn เล่ม 19 หนูจะเองมาวางข้างๆ เล่มสิบแป้ดดดด

บ่นๆ ไร้สาระอย่างรุนแรง

ไม่ต้องสนใจหรอก มันแค่อยากระบาย